<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-2301902892805845051</id><updated>2011-07-30T09:00:06.896-07:00</updated><title type='text'>นิติศาสตร์รามคำแหง รุ่น2 สุรินทร์</title><subtitle type='html'>สำหรับนักศึกษาและผู้สนใจ เกี่ยวกับกฏหมาย
แจ้งข่าวสาร ต่างๆ ของ นิติศาสตร์ รามคำแหง สุรินทร์ รุ่น 2</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://law2surin.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2301902892805845051/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://law2surin.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>psarunp</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15166932643511198415</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>7</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2301902892805845051.post-6905100631109952863</id><published>2010-10-18T09:08:00.000-07:00</published><updated>2010-10-18T09:12:11.920-07:00</updated><title type='text'>กฎหมายแรงงาน</title><content type='html'>มาตรา 5 ในพระราชบัญญัตินี้            "นายจ้าง" หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงรับลูกจ้างเข้าทำงานโดยจ่ายค่าจ้างให้ และ หมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายจ้างให้ทำการแทน ในกรณีที่นายจ้างเป็นนิติบุคคล หมายความว่า ผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลนั้น และหมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้รับมอบหมาย จากผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคลให้ทำการแทน            "ลูกจ้าง" หมายความว่า ผู้ซึ่งตกลงทำงานให้แก่นายจ้างเพื่อรับค่าจ้าง            "สภาพการจ้าง" หมายความว่า เงื่อนไขการจ้างหรือการทำงาน กำหนดวันและเวลาทำงาน ค่าจ้าง สวัสดิการ การเลิกจ้าง หรือประโยชน์อื่นของนายจ้างหรือลูกจ้างอันเกี่ยวกับ การจ้างหรือการทำงาน            "ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง" หมายความว่า ข้อตกลงระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง หรือระหว่างนายจ้างหรือสมาคมนายจ้างกับสหภาพแรงงานเกี่ยวกับสภาพการจ้าง            "ข้อพิพาทแรงงาน" หมายความว่า ข้อขัดแย้งระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างเกี่ยวกับ สภาพการจ้าง            "การปิดงาน" หมายความว่า การที่นายจ้างปฏิเสธไม่ยอมให้ลูกจ้างทำงานชั่วคราว เนื่องจากข้อพิพาทแรงงาน            "การนัดหยุดงาน" หมายความว่า การที่ลูกจ้างร่วมกันไม่ทำงานชั่วคราวเนื่องจาก ข้อพิพาทแรงงาน            มาตรา ๖๑ ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวันทำงาน ให้นายจ้างจ่ายค่าล่วงเวลาให้แก่ลูกจ้างในอัตราไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ หรือไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าครึ่งของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย            มาตรา ๖๒ ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานในวันหยุดตามมาตรา ๒๘มาตรา ๒๙ หรือมาตรา ๓๐ ให้นายจ้างจ่ายค่าทำงานในวันหยุดให้แก่ลูกจ้างในอัตราดังต่อไปนี้            (๑) สำหรับลูกจ้างซึ่งมีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด ให้จ่ายเพิ่มขึ้นจากค่าจ้างอีกไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำหรือไม่น้อยกว่าหนึ่งเท่าของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย            (๒) สำหรับลูกจ้างซึ่งไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุด ให้จ่ายไม่น้อยกว่าสองเท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ หรือไม่น้อยกว่าสองเท่าของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย            มาตรา ๖๓ ในกรณีที่นายจ้างให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาในวันหยุดให้นายจ้างจ่ายค่าล่วงเวลาในวันหยุดให้แก่ลูกจ้างในอัตราไม่น้อยกว่าสามเท่าของอัตราค่าจ้างต่อชั่วโมงในวันทำงานตามจำนวนชั่วโมงที่ทำ หรือไม่น้อยกว่าสามเท่าของอัตราค่าจ้างต่อหน่วยในวันทำงานตามจำนวนผลงานที่ทำได้สำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย            มาตรา ๑๑๘ ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างดังต่อไปนี้            (๑) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งร้อยยี่สิบวัน แต่ไม่ครบหนึ่งปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย            (๒) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหนึ่งปี แต่ไม่ครบสามปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายเก้าสิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานเก้าสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย            (๓) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสามปี แต่ไม่ครบหกปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายหนึ่งร้อยแปดสิบวัน  หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานหนึ่งร้อยแปดสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย            (๔) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบหกปี แต่ไม่ครบสิบปี ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสองร้อยสี่สิบวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสองร้อยสี่สิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย            (๕) ลูกจ้างซึ่งทำงานติดต่อกันครบสิบปีขึ้นไป ให้จ่ายไม่น้อยกว่าค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามร้อยวัน หรือไม่น้อยกว่าค่าจ้างของการทำงานสามร้อยวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วย            การเลิกจ้างตามมาตรานี้ หมายความว่า การกระทำใดที่นายจ้างไม่ให้ลูกจ้างทำงานต่อไปและไม่จ่ายค่าจ้างให้ ไม่ว่าจะเป็นเพราะเหตุสิ้นสุดสัญญาจ้างหรือเหตุอื่นใด และหมายความรวมถึงกรณีที่ลูกจ้างไม่ได้ทำงานและไม่ได้รับค่าจ้างเพราะเหตุที่นายจ้างไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไป             ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่ลูกจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาการจ้างไว้แน่นอนและเลิกจ้างตามกำหนดระยะเวลานั้น             การจ้างที่มีกำหนดระยะเวลาตามวรรคสามจะกระทำได้สำหรับการจ้างงานในโครงการเฉพาะที่มิใช่งานปกติของธุรกิจหรือการค้าของนายจ้างซึ่งต้องมีระยะเวลาเริ่มต้นและสิ้นสุดของงานที่แน่นอน หรือในงานอันมีลักษณะเป็นครั้งคราวที่มีกำหนดการสิ้นสุดหรือความสำเร็จของงาน หรือในงานที่เป็นไปตามฤดูกาลและได้จ้างในช่วงเวลาของฤดูกาลนั้น ซึ่งงานนั้นจะต้องแล้วเสร็จภายในเวลาไม่เกินสองปี โดยนายจ้างและลูกจ้างได้ทำสัญญาเป็นหนังสือไว้ตั้งแต่เมื่อเริ่มจ้าง             มาตรา ๑๑๙ นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่ลูกจ้างซึ่งเลิกจ้างในกรณีหนึ่งกรณีใดดังต่อไปนี้            (๑) ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง            (๒) จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย            (๓) ประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง            (๔) ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือระเบียบหรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมายและเป็นธรรม และนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้ว เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรงนายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเตือน           หนังสือเตือนให้มีผลบังคับได้ไม่เกินหนึ่งปีนับแต่วันที่ลูกจ้างได้กระทำผิด            (๕) ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดคั่นหรือไม่ก็ตามโดยไม่มีเหตุอันสมควร            (๖) ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ            มาตรา ๑๒๐ ในกรณีที่นายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการไปตั้ง ณ สถานที่อื่นอันมีผลกระทบสำคัญต่อการดำรงชีวิตตามปกติของลูกจ้างหรือครอบครัว นายจ้างต้องแจ้งให้ลูกจ้างทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่าสามสิบวันก่อนวันย้ายสถานประกอบกิจการ ในการนี้ถ้าลูกจ้างไม่ประสงค์จะไปทำงานด้วย ให้ลูกจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาจ้างได้โดยลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่าชดเชยพิเศษไม่น้อยกว่าร้อยละห้าสิบของอัตราค่าชดเชยที่ลูกจ้างพึงมีสิทธิได้รับตามมาตรา ๑๑๘            ในกรณีที่นายจ้างไม่แจ้งให้ลูกจ้างทราบการย้ายสถานประกอบกิจการล่วงหน้าตามวรรคหนึ่ง ให้นายจ้างจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายสามสิบวัน หรือเท่ากับค่าจ้างของการทำงานสามสิบวันสุดท้ายสำหรับลูกจ้างซึ่งได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคำนวณเป็นหน่วยด้วย            ลูกจ้างมีสิทธิยื่นคำขอให้คณะกรรมการสวัสดิการแรงงานพิจารณาภายในสามสิบวันนับแต่วันที่นายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการว่า เป็นกรณีที่นายจ้างต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหรือลูกจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาจ้างโดยมีสิทธิได้รับค่าชดเชยพิเศษตามวรรคหนึ่งหรือไม่             คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสวัสดิการแรงงานให้เป็นที่สุด เว้นแต่นายจ้างหรือลูกจ้างจะอุทธรณ์คำวินิจฉัยต่อศาลภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำวินิจฉัย ในกรณีที่นายจ้างเป็นฝ่ายนำคดีไปสู่ศาล นายจ้างต้องวางเงินต่อศาลตามจำนวนที่ต้องจ่ายแก่ลูกจ้างที่ยื่นคำขอตามวรรคสาม จึงจะฟ้องคดีได้            การบอกเลิกสัญญาจ้างตามมาตรานี้ ลูกจ้างต้องใช้สิทธิภายในสามสิบวันนับแต่วันที่นายจ้างย้ายสถานประกอบกิจการ หรือนับแต่วันที่คำวินิจฉัยของคณะกรรมการสวัสดิการแรงงานหรือคำพิพากษาของศาลเป็นที่สุด&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2301902892805845051-6905100631109952863?l=law2surin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://law2surin.blogspot.com/feeds/6905100631109952863/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://law2surin.blogspot.com/2010/10/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2301902892805845051/posts/default/6905100631109952863'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2301902892805845051/posts/default/6905100631109952863'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://law2surin.blogspot.com/2010/10/blog-post.html' title='กฎหมายแรงงาน'/><author><name>psarunp</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15166932643511198415</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2301902892805845051.post-8723495527995496407</id><published>2009-08-09T19:42:00.000-07:00</published><updated>2009-08-09T20:18:36.944-07:00</updated><title type='text'>มาตราที่คิดว่าน่าจะออกข้อสอบนะครับ</title><content type='html'>เรื่องที่ 1 ลักษณะที่ 2 ความผิดเกี่ยวกับการปกครอง หมวดที่  1 ความผิดต่อเจ้าหน้าที่ มาตรา 144 และมาตรา 149 &lt;br /&gt;เรื่องที่ 2 ลักษณะที่ 3 ความผิดเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรม  หมวดที่ 2 ความผิดต่อเจ้าหน้าท่ี่กระบวนการยุติธรรม มาตร 173 และมาตรา 172  และมาตรา 174&lt;br /&gt;เรื่องที่ 3 ลักษณะที่ 6 ความผิดภยันอันตรายต่อประชาชน     มาตรา 220 และมาตรา 225&lt;br /&gt;เรื่องที่ 4 ลักษณะที่ 7  ความผิดเกี่ยวกับการปลอมและแปลงเอกสาร หมวดที่ 3  ความผิดเกี่ยวกับเอกสาร&lt;br /&gt;มาตรา 264 และมาตรา 265 และมาตรา 268&lt;br /&gt;ลงชื่อ นคพล&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2301902892805845051-8723495527995496407?l=law2surin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://law2surin.blogspot.com/feeds/8723495527995496407/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://law2surin.blogspot.com/2009/08/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2301902892805845051/posts/default/8723495527995496407'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2301902892805845051/posts/default/8723495527995496407'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://law2surin.blogspot.com/2009/08/blog-post.html' title='มาตราที่คิดว่าน่าจะออกข้อสอบนะครับ'/><author><name>รวมอาญา1</name><uri>http://www.blogger.com/profile/14681304501390730607</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2301902892805845051.post-3014596493303587875</id><published>2009-08-07T01:25:00.001-07:00</published><updated>2009-08-07T01:32:29.485-07:00</updated><title type='text'>รวมมาตราอาญา2</title><content type='html'>&lt;span style="color:#000000;"&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;มาตรา 136&lt;/span&gt; ผู้ใดดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่หรือเพราะได้กระทำการตามหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;มาตรา 137&lt;/span&gt; ผู้ใดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;มาตรา 138&lt;/span&gt; ผู้ใดต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติการตามหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;br /&gt;ถ้าการต่อสู้หรือขัดขวางนั้น ได้กระทำโดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่"&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#000066;"&gt;มาตรา 139&lt;/span&gt; ผู้ใดข่มขืนใจเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติการอันมิชอบด้วยหน้าที่หรือให้ละเว้นการปฏิบัติการตามหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสี่ปี หรือปรับไม่เกินแปดพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ"&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#330099;"&gt;มาตรา 140&lt;/span&gt; ถ้าความผิดตาม&lt;span style="color:#000066;"&gt;มาตรา 138 วรรคสอง&lt;/span&gt; หรือ&lt;span style="color:#330099;"&gt;มาตรา 139&lt;/span&gt; ได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สามคนขึ้นไป ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&lt;br /&gt;ถ้ากระทำโดยอ้างอำนาจอั้งยี่หรือซ่องโจร"&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2301902892805845051-3014596493303587875?l=law2surin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://law2surin.blogspot.com/feeds/3014596493303587875/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://law2surin.blogspot.com/2009/08/2.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2301902892805845051/posts/default/3014596493303587875'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2301902892805845051/posts/default/3014596493303587875'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://law2surin.blogspot.com/2009/08/2.html' title='รวมมาตราอาญา2'/><author><name>psarunp</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15166932643511198415</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2301902892805845051.post-5341605159225004473</id><published>2009-07-28T19:30:00.001-07:00</published><updated>2009-07-28T19:35:25.386-07:00</updated><title type='text'>กีฬาน้องพี่นิติศาสตร์สุรินทร์</title><content type='html'>&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_hlYuySGyuqE/Sm-0_hIZnZI/AAAAAAAAAAU/02L1RK-z3CU/s1600-h/DSC00456.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5363704684539911570" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; WIDTH: 320px; CURSOR: hand; HEIGHT: 240px" alt="" src="http://1.bp.blogspot.com/_hlYuySGyuqE/Sm-0_hIZnZI/AAAAAAAAAAU/02L1RK-z3CU/s320/DSC00456.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;a href="http://2.bp.blogspot.com/_hlYuySGyuqE/Sm-0j-h11XI/AAAAAAAAAAM/G2XqNgYjno8/s1600-h/DSC00460.jpg"&gt;&lt;img id="BLOGGER_PHOTO_ID_5363704211394909554" style="FLOAT: right; MARGIN: 0px 0px 10px 10px; WIDTH: 200px; CURSOR: hand; HEIGHT: 150px" alt="" src="http://2.bp.blogspot.com/_hlYuySGyuqE/Sm-0j-h11XI/AAAAAAAAAAM/G2XqNgYjno8/s200/DSC00460.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;div&gt;&lt;/div&gt;&lt;/div&gt;&lt;br /&gt;สามัคคีรวมใจ&lt;br /&gt;แข่งฟุตบอลระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้อง สนุกมาก&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2301902892805845051-5341605159225004473?l=law2surin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://law2surin.blogspot.com/feeds/5341605159225004473/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://law2surin.blogspot.com/2009/07/blog-post.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2301902892805845051/posts/default/5341605159225004473'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2301902892805845051/posts/default/5341605159225004473'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://law2surin.blogspot.com/2009/07/blog-post.html' title='กีฬาน้องพี่นิติศาสตร์สุรินทร์'/><author><name>psarunp</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15166932643511198415</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_hlYuySGyuqE/Sm-0_hIZnZI/AAAAAAAAAAU/02L1RK-z3CU/s72-c/DSC00456.jpg' height='72' width='72'/><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2301902892805845051.post-1951662986261740692</id><published>2009-07-28T02:23:00.000-07:00</published><updated>2009-07-28T02:32:29.215-07:00</updated><title type='text'>อาญา 2 ยากจริงหรืออย่างที่คิดหรือปล่าว</title><content type='html'>คงต้องขอตอบตามตรง ว่ายากครับ  &lt;br /&gt;ต้องเขียนหลักกฏหมาย&lt;br /&gt;องค์ประกอบของฐานความผิด&lt;br /&gt;แล้วอุทาหรณ์เข้าได้กับฐานความผิดใด&lt;br /&gt;หลังจากวินิจฉัยตามฐานความผิดแล้ว&lt;br /&gt;จึงสรุปความ&lt;br /&gt;ตอบว่าผิดได้ 20 คะแนน&lt;br /&gt;ตอบว่าไม่ผิดได้ 5 คะแนน&lt;br /&gt;ขอให้เพือนเลือกเอาตามอัธยาศัยนะครับ&lt;br /&gt;                                                          ลงชื่อ นคพล&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2301902892805845051-1951662986261740692?l=law2surin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://law2surin.blogspot.com/feeds/1951662986261740692/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://law2surin.blogspot.com/2009/07/2_28.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2301902892805845051/posts/default/1951662986261740692'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2301902892805845051/posts/default/1951662986261740692'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://law2surin.blogspot.com/2009/07/2_28.html' title='อาญา 2 ยากจริงหรืออย่างที่คิดหรือปล่าว'/><author><name>psarunp</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15166932643511198415</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2301902892805845051.post-5067863212111912563</id><published>2009-07-28T01:11:00.000-07:00</published><updated>2009-07-28T01:24:01.607-07:00</updated><title type='text'>อาญา2ของยากมาแล้ว</title><content type='html'>&lt;span style="color:#cc0000;"&gt;อาญา2ของยากมาแล้ว&lt;/span&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2301902892805845051-5067863212111912563?l=law2surin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://law2surin.blogspot.com/feeds/5067863212111912563/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://law2surin.blogspot.com/2009/07/2.html#comment-form' title='0 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2301902892805845051/posts/default/5067863212111912563'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2301902892805845051/posts/default/5067863212111912563'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://law2surin.blogspot.com/2009/07/2.html' title='อาญา2ของยากมาแล้ว'/><author><name>psarunp</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15166932643511198415</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>0</thr:total></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-2301902892805845051.post-4645053631838573619</id><published>2008-12-15T00:47:00.000-08:00</published><updated>2009-01-04T22:04:45.760-08:00</updated><title type='text'>สรุปเน้นมาตราอาญา1</title><content type='html'>&lt;span style="font-family:arial;color:#000099;"&gt;&lt;strong&gt;สรุปเน้นมาตราอาญา1&lt;/strong&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;ข้อ 1. เรื่องเจตนา ไดแ้ ก่&lt;br /&gt;มาตรา 59 วรรค 1 ( บุคคลจะรับผิดทางอาญาเมื่อกระทำาโดยเจตนา )&lt;br /&gt;มาตรา 59 วรรค 2 ( เจตนา ประเภท ประสงค์ต่อผล หรือ เล็งเห็นผล )&lt;br /&gt;มาตรา 59 วรรค 3 ( การกระทำาต้อง รู้ ข้อเท็จจริงอันเป็น องค์ประกอบของความผิด )&lt;br /&gt;มาตรา 59 วรรค 4 ( การกระทำาโดยประมาท )&lt;br /&gt;มาตรา 59 วรรค 5 ( การ งดเว้น การกระทำา )&lt;br /&gt;มาตรา 60 ( เจตนา โดย พลาด )&lt;br /&gt;มาตรา 61 ( สำาคัญผิดในตัวบุคคล)&lt;br /&gt;มาตรา 62 ความสำาคัญผิดในข้อเท็จจริง ( ต้องศึกษาเทียบกับการขาดองค์ประกอบตาม&lt;br /&gt;มาตรา 59 วรรค 3 เพราะใกล้เคียงกัน )&lt;br /&gt;มาตรา 63 ความสัมพันธ์ระหว่างการกระทำาและผล&lt;br /&gt;ข้อ 2 เรื่อง เหตุยกเว้นโทษ เหตุยกเว้นความรับผิด เหตุลดโทษ ได้แก่&lt;br /&gt;มาตรา 67 ( 1 ) ( 2 ) คือ เหตุยกเว้นโทษ เรียกสั้น ๆ ว่า จำาเป็น&lt;br /&gt;มาตรา 68 เหตุยกเว้นความผิด เรียกสั้น ๆ ว่า ป้องกัน&lt;br /&gt;มาตรา 72 เหตุลดโทษ เรียกสั้น ๆ ว่า บันดาลโทสะ&lt;br /&gt;ข้อ 3 เรื่อง พยายามกระทำาความผิด ตัวการ ผู้ใช้ ผู้สนับสนุน&lt;br /&gt;มาตรา 80 พยายามกระทำาความผิด&lt;br /&gt;มาตรา 81 พยายามไม่บรรลุผลอย่างแน่แท้&lt;br /&gt;มาตรา 82 ผลของการยับยั้ง กลับใจ แก้ไข ของผู้กระทำ&lt;br /&gt;มาตรา 83 ตัวการ&lt;br /&gt;มาตรา 84 ผู้ใช้&lt;br /&gt;มาตรา 86 ผู้สนับสนุน&lt;/span&gt;&lt;/strong&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/2301902892805845051-4645053631838573619?l=law2surin.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://law2surin.blogspot.com/feeds/4645053631838573619/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://law2surin.blogspot.com/2008/12/1.html#comment-form' title='1 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2301902892805845051/posts/default/4645053631838573619'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/2301902892805845051/posts/default/4645053631838573619'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://law2surin.blogspot.com/2008/12/1.html' title='สรุปเน้นมาตราอาญา1'/><author><name>psarunp</name><uri>http://www.blogger.com/profile/15166932643511198415</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><thr:total>1</thr:total></entry></feed>
